-

@ Lina Engword ⚡
2024-07-16 16:15:32
สัญญาเหมาเอ๋อ
เชื่อมผูกพันคนกับแมว
พันธะพันปี จะเป็นทาสทุกชาติไป
ในสมัยราชวงศ์ซ่ง (960-1279) การจะเลี้ยงแมวได้ ต้องมีพิธีรีตอง เช่น ต้องเลือกวันที่จะรับแมว ต้องยื่นคำขอให้นักบวชเต๋าอุทิศแมวให้ รวมถึงทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร
เรียกว่า #สัญญาเหมาเอ๋อ หรือ สัญญาเหมา ที่แปลว่า แมว (貓)
ในสัญญาเป็นข้อตกลงว่าจะทำดีกับแมว ไม่ให้แมวทิ้งเราไป และช่วยให้แมวไม่หายหลุด หลงทาง กลับบ้านไม่ถูก
จากข้อมูล #สัญญาแมว แม้จะมีมาตั้งแต่ราชวงศ์ซ่ง แต่เพิ่งมาได้รับการเผยแพร่ เขียนถึงก็ในช่วงราชวงศ์หยวน (1814-1911) หรืออีก 500 ปีต่อมา
สัญญาเก่าแก่ระหว่าง 'มนุษย์' กับ 'แมว' นี้ ก็ไม่ต่างไปจาก #มนต์สะกด เนื้อหาของสัญญา ถูกเขียนให้วนเวียนอยู่รอบๆ รูปแมว
รายละเอียดในสัญญา จะเริ่มจากบอกลักษณะทางกายภาพของแมวตัวที่อยู่ในสัญญาก่อน เช่น แมวขนสีอะไร มีตำหนิ แต้ม อยู่ตรงจุดไหน เจอแมวตัวนี้ได้ยังไง เป็นลูกหลานของใคร รับต่อจากใครๆ มา
อ่านดูแล้วก็คล้ายๆ กับใบเซอร์แมวในยุคปัจจุบันเหมือนกัน
ความพิลึกอยู่ตรงนี้ -- ในสัญญาจะระบุว่า ถ้ามาอยู่ด้วยกันแล้ว แมวต้องมีนิสัยยังไง ต้องช่วยให้ร่ำรวย ต้องขยันขันแข็ง ออกลาดตระเวน ช่วยจับหนู ป้องกันหัวขโมย
แถมยังมีข้อห้ามอย่าง ห้ามทำร้ายสัตว์ ห้ามขโมยนู่นนี่ และห้ามออกจากบ้านไปทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก หากออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาติ จะถูกเฆียนตี !!!
จากนั้น ก็เป็นการระบุชื่อผู้ให้กับผู้รับ ราวกับเป็นการโอนย้ายโฉนดที่ดิน
เหตุที่นักบวชเต๋าเข้ามาเกี่ยว เพราะในสมัยนั้น แมวถูกนักบวชเลี้ยง เพื่อช่วยป้องกันหนูไม่ให้มากัดทำลายพระคัมภีร์ พอแมวยุคแรกของนักบวช ออกลูกหลาน คนมารับเลี้ยงต่อ ก็ต้องทำสัญญาแมวกับนักบวช
ความทาสแมวก็คือ ทั้งคนให้และคนรับ เชื่อจริงๆ เหรอ ว่าแมวจะตกลง ปฏิบัติตน ตามข้อแม้ในสัญญา
หาข้อมูลเรื่องแมวกับภาพวาดมากๆ เริ่มจะเพี้ยนขึ้นไปเรื่อยๆ แล้ว มีอะไรที่คิดไม่ถึงอึกเยอะ



