-

@ d830ee7b:4e61cd62
2025-02-28 05:45:17
ในชีวิตประจำวัน เรามักวัดมูลค่าของสิ่งต่างๆ ด้วยหน่วยเงินที่เราคุ้นเคย เช่น บาทหรือดอลลาร์
เราดีใจเมื่อการลงทุนของเรา **“เพิ่มขึ้น”** ในหน่วยเงินเหล่านั้น ..แต่น้อยคนนักจะหยุดคิดว่าไม้บรรทัดที่เราใช้วัดมูลค่านั้นมีความมั่นคงเพียงใด
หากไม้บรรทัดเองหดสั้นลงเรื่อยๆ สิ่งของที่เราวัดอาจดูเหมือนยาวขึ้นทั้งที่ความจริงไม่ได้เปลี่ยนไปเลย
แนวคิดนี้สะท้อนถึงการวัดมูลค่าทางเศรษฐกิจในหน่วยเงินที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และนำเราไปสู่หลักการเรื่อง **"ค่าเสียโอกาส" (opportunity cost)** ในการลงทุน
เมื่อเราเลือกถือสินทรัพย์ชนิดหนึ่ง เรากำลังสละโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนจากอีกชนิดหนึ่งเสมอ
การทำความเข้าใจว่าอะไรเป็นตัววัดมาตรฐานของเราและค่าเสียโอกาสที่ตามมา จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการสำรวจมุมมองใหม่ของการประเมินความมั่งคั่ง
ในบริบทนี้.. **บิตคอยน์** (Bitcoin) ได้ถูกเสนอขึ้นมาเป็น **“มาตรฐาน”** ใหม่ในการวัดมูลค่ว เสมือนกับที่ทองคำเคยเป็นมาตรฐานการเงินของโลกในอดีต
หนังสือ **The Bitcoin Standard** ของ Saifedean Ammous ชวนเราคิดว่า Bitcoin อาจกลายเป็นเหมือน **“มาตรฐานทองคำ”** ยุคดิจิทัล ที่มารองรับระบบการเงินสากลในอนาคต
เหตุผลสำคัญที่ Bitcoin ถูกมองว่าเป็นเงินตราที่มีความแข็งแกร่ง (sound money) คือคุณสมบัติที่หาได้ยากในเงินสกุลปัจจุบัน
มันมีปริมาณจำกัดตายตัว 21 ล้านหน่วย
ไม่มีธนาคารกลางใดสามารถพิมพ์เพิ่มได้ตามใจชอบ
ต่างจากเงินเฟียต (Fiat money) อย่างดอลลาร์ ที่จำนวนเพิ่มขึ้นตลอดเวลาจากนโยบายรัฐ
ผลคือ Bitcoin มีความทนทานต่อภาวะค่าเงินเสื่อมค่าจากเงินเฟ้อ และสามารถรักษามูลค่าได้ในระยะยาวดุจทองคำในอดีต
หลายคนจึงยกให้มันเป็น **“Sound Money”** หรือเงินที่มั่นคง เชื่อถือได้ในด้านมูลค่าเมื่อเวลาผ่านไป
แนวคิดนี้เองเปิดประตูไปสู่การใช้ Bitcoin เป็นหน่วยวัดเปรียบเทียบมูลค่าสินทรัพย์อื่นๆ เพื่อมองภาพเศรษฐกิจในมุมใหม่
- - -
ลองจินตนาการกราฟหนึ่งที่นำดัชนีหุ้นชั้นนำอย่าง S&P 500 มาเปรียบเทียบในหน่วย Bitcoin แทนที่จะเป็นดอลลาร์ กราฟนี้จะแสดงให้เราเห็นภาพที่ต่างออกไปอย่างมากจากกราฟปกติที่คุ้นเคย
https://nostr.download/e344db050a8f6b023b2a9c7883560ad8a7be3fc4154d3908cbae3471b970272a.webp
หากย้อนไปช่วงปี 2011
หุ้น S&P 500 อยู่ที่ราว 1,300 จุด ขณะที่บิตคอยน์มีราคายังไม่ถึง 1 ดอลลาร์ นั่นหมายความว่าดัชนี S&P 500 ในเวลานั้นมีมูลค่าประมาณ 1,300 BTC
แต่เมื่อเวลาผ่านไป Bitcoin มีราคาสูงขึ้นมหาศาล ในปี 2021–2022 Bitcoin (เคยพุ่งขึ้นไปแตะหลักหลายหมื่นดอลลาร์ต่อ 1 BTC) ทำให้มูลค่าของ S&P 500 เมื่อวัดในหน่วย BTC กลับกลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวของที่เคยเป็น
สมมติ S&P 500 ล่าสุดอยู่แถว 4,000 จุด และราคา BTC อยู่หลักแสนดอลลาร์ ดัชนี S&P 500 ทั้งดัชนีอาจมีค่าไม่ถึง 0.05 BTC ด้วยซ้ำ
ผลลัพธ์ที่สะท้อนออกมาบนกราฟคือเส้นค่าของ S&P 500 (เมื่อวัดด้วย BTC) ที่มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา
แปลความได้ว่า.. บิตคอยน์มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสินทรัพย์การเงินดั้งเดิมอย่างหุ้น
ถึงขั้นที่... **การถือ Bitcoin ไว้ให้ผลตอบแทนดีกว่าการลงทุนในดัชนีหุ้นใหญ่เสียอีกในช่วงเวลาที่ผ่านมา**
แม้จะฟังดูเหลือเชื่อ แต่นี่คือภาพที่ข้อมูลได้บอกเรา.. ในมุมมองของมาตรฐาน Bitcoin ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ว่าทำผลตอบแทนโดดเด่น ยังดูซีดเซียวลงในทันที
ข้อมูลในช่วงสิบปีให้หลังตอกย้ำภาพนี้อย่างชัดเจน ผลตอบแทนของ Bitcoin เหนือกว่าสินทรัพย์แทบทุกชนิดที่เรารู้จักในยุคปัจจุบัน
ในเชิงตัวเลข Bitcoin ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีราว 230% ตลอดทศวรรษ 2011–2021 ขณะที่ดัชนี S&P 500 ซึ่งขึ้นชื่อว่าให้ผลตอบแทนดีสม่ำเสมอ ยังมีค่าเฉลี่ยผลตอบแทนต่อปีประมาณ 10% กว่าๆ เท่านั้นเอง เมื่อนำมาคำนวณทบต้น
นั่นหมายความว่า.. ในช่วงเวลาประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา มูลค่าของ Bitcoin เพิ่มขึ้นหลักหลายหมื่นเปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ S&P 500 เพิ่มขึ้นเพียงไม่กี่ร้อยเปอร์เซ็นต์
**ผลต่างระดับนี้ใหญ่พอที่จะเปลี่ยนวิธีที่เรามองความสำเร็จในการลงทุนไปเลยทีเดียว**
มีการสังเกตด้วยว่าเพียงช่วงห้าปีหลังสุด ดัชนี S&P 500 สูญเสียมูลค่าประมาณเกือบ 90% หากวัดในหน่วยของบิตคอยน์
พูดอีกอย่างคือ..
ในสายตาของคนที่ถือ Bitcoin ไว้เป็นเกณฑ์ *"เงิน 100 บาทที่ลงทุนในหุ้นเมื่อต้นช่วงเวลาดังกล่าว จะเหลือมูลค่าเพียงประมาณ 10 บาทเท่านั้นในปัจจุบัน** (เพราะ 90 บาทที่เหลือคือค่าเสียโอกาสที่หายไปเมื่อเทียบกับการถือ Bitcoin)
มุมมองแบบนี้ชวนให้เราตั้งคำถามว่า ที่ผ่านมาสินทรัพย์ที่ดูเหมือนมั่นคงปลอดภัย อาจไม่ปลอดภัยอย่างที่คิดเมื่อประเมินด้วยบรรทัดฐานใหม่
การเปรียบเทียบข้างต้นยังสะท้อนถึง ปัญหาการเสื่อมค่าของเงินเฟียต ซึ่งเราคุ้นเคยแต่บางครั้งมองข้ามความร้ายกาจของมัน
เงินดอลลาร์สหรัฐซึ่งเป็นสกุลเงินหลักของโลก สูญเสียอำนาจซื้อไปแล้วกว่า 96% ตั้งแต่ปี 1913 จนถึงปัจจุบัน (กล่าวคือ เงิน 1 ดอลลาร์ในสมัยนั้นมีค่าพอๆ กับเงินเกือบ 30 ดอลลาร์ในปัจจุบัน)
การที่ค่าเงินด้อยค่าลงเรื่อยๆ แบบนี้หมายความว่า **ตัวเลขราคาในหน่วยเงินเฟียตอาจเพิ่มขึ้นทั้งที่มูลค่าที่แท้จริงไม่เพิ่ม**
ยกตัวอย่างเช่น ดัชนี S&P 500 ทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ในหน่วยดอลลาร์สหรัฐอยู่บ่อยครั้ง แต่หากปรับค่าด้วยปัจจัยเงินเฟ้อหรือปริมาณเงินที่พิมพ์เพิ่มเข้าไป เราจะพบว่ามูลค่าที่แท้จริงของดัชนีนี้ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากอย่างที่เห็น
บางการวิเคราะห์ชี้ว่าหลังวิกฤตการเงินปี 2008 เป็นต้นมา แม้ดัชนี S&P 500 ในตัวเลขจะพุ่งขึ้นไม่หยุด แต่เมื่อหารด้วยปริมาณเงินที่เพิ่มขึ้น (เช่น M3) เส้นกราฟที่ได้กลับแทบไม่สูงไปกว่าจุดก่อนวิกฤตเลยด้วยซ้ำ
หมายความว่า.. ที่ราคาหุ้นสูงขึ้น ส่วนใหญ่ก็เพื่อไล่ตามสภาพคล่องเงินที่ไหลเข้าระบบเท่านั้น ไม่ได้สะท้อนการเติบโตแท้จริงของเศรษฐกิจมากนัก
เงินเฟ้อและการขยายตัวของปริมาณเงินจึงเปรียบเสมือน **“หมอก”** ที่บังตา ทำให้เรามองไม่ชัดว่าสิ่งใดเพิ่มมูลค่าแท้จริง สิ่งใดแค่ตัวเลขฟูขึ้นตามสกุลเงินที่ด้อยค่าลง
เมื่อ Bitcoin ถูกใช้เป็นหน่วยวัดเปรียบเทียบ มันทำหน้าที่เสมือนกระจกใสที่กวาดเอาหมอกเงินเฟ้อนั้นออกไป เราจึงเห็นภาพที่ต่างไปโดยสิ้นเชิง
เช่นเดียวกับกรณีที่เราเปรียบเทียบราคาสินค้าโภคภัณฑ์บางอย่างในหน่วย BTC ผลลัพธ์ก็อาจกลับทิศ
การทดลองหนึ่งของธนาคารเฟด สาขาเซนต์หลุยส์ เคยเล่นเปรียบเทียบราคา **“ไข่ไก่หนึ่งโหล”** ในหน่วยดอลลาร์กับในหน่วยบิตคอยน์
ปรากฏว่า... แม้ต้องการจะชี้ให้เห็นความผันผวนของ Bitcoin แต่ดันกลับตอกย้ำความจริงที่ว่า ในช่วงเงินเฟ้อสูง ราคาฟองไข่ที่ดูเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในหน่วยดอลลาร์ จริงๆ แล้วทรงตัวหรือลดลงด้วยซ้ำเมื่อคิดเป็น BTC
นี่เป็นตัวอย่างสนุกๆ ที่บอกเราว่า กรอบอ้างอิง (frame of reference) ในการวัดมูลค่านั้นสำคัญเพียงใด
แน่นอนว่า Bitcoin เองก็มีความผันผวนสูงและยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ดั้งเดิม
การที่มันพุ่งทะยานหลายหมื่นเปอร์เซ็นต์ที่ผ่านมาไม่ได้รับประกันว่ากราฟในหน่วย BTC ของสินทรัพย์ต่างๆ จะดิ่งลงอย่างนี้ไปตลอด
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วได้ให้แง่คิดทางปรัชญาการเงินที่ลึกซึ้งกับเรา
อย่างแรกคือเรื่อง **ค่าเสียโอกาส** ที่กล่าวถึงตอนต้น ทุกการตัดสินใจทางการเงินมีต้นทุนค่าเสียโอกาสแฝงอยู่เสมอ เพียงแต่เมื่อก่อนเราอาจไม่เห็นมันชัดเจน
การเก็บออมเงินสดไว้เฉยๆ ในธนาคารมีต้นทุนคือผลตอบแทนที่สูญไปหากเราเลือกลงทุนอย่างอื่น การลงทุนในสินทรัพย์ A ก็ย่อมหมายถึงการไม่ได้ลงทุนในสินทรัพย์ B
หาก B นั้นให้ผลตอบแทนสูงกว่า เราก็สูญเสียส่วนต่างนั้นไป
สิบกว่าปีที่ผ่านมา Bitcoin ทำผลงานได้เหนือชั้นกว่าสินทรัพย์อื่นๆ มาก ค่าเสียโอกาสของการไม่ถือ Bitcoin จึงสูงลิ่วในช่วงนี้
สำหรับนักลงทุนที่มองย้อนกลับไป นี่คือบทเรียนราคาแพง บางคนอาจนึกเสียดายว่า **“รู้งี้ซื้อบิตคอยน์ไว้ตั้งแต่แรกซะก็ดี”**
แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่การเสียดายอดีต แต่อยู่ที่ **การตระหนักรู้ถึงค่าเสียโอกาสและผลกระทบของมันที่มีต่อความมั่งคั่งของเราในระยะยาว** ต่างหาก
อีกแง่หนึ่งที่ลึกกว่านั้นคือเรื่อง **กรอบในการวัดมูลค่า** ของเราทุกวันนี้ว่าเหมาะสมแล้วหรือไม่
หากการที่เราใช้เงินเฟียตที่เสื่อมค่าเป็นตัววัด ทำให้เราประเมินค่าของสิ่งต่างๆ ผิดเพี้ยนไป การตัดสินใจทางเศรษฐกิจของเราก็อาจผิดทิศทางในระยะยาวได้
ลองนึกภาพว่า.. ถ้าเงินที่เราใช้อยู่มีมูลค่าเสถียรหรือเพิ่มขึ้นตามประสิทธิภาพการผลิตจริงๆ ของเศรษฐกิจ (เหมือนที่เงิน Bitcoin ถูกออกแบบมาให้ไม่เสื่อมค่าไปตามกาลเวลา) เราอาจไม่จำเป็นต้องวิ่งไล่หาผลตอบแทนสูงๆ เพียงเพื่อรักษามูลค่าเงินออมของตัวเองให้ทันเงินเฟ้อ
ผู้คนอาจวางแผนการเงินระยะยาวขึ้น แนวคิดเรื่อง **“เวลาที่ต้องใช้”** กับ **“อัตราส่วนลดของอนาคต”** (time preference) ก็จะเปลี่ยนไป
ดังที่ Ammous กล่าวไว้ใน The Bitcoin Standard ว่าเงินที่มีเสถียรภาพจะส่งเสริมให้คนออมและลงทุนในโครงการระยะยาวมากขึ้น ผิดกับระบบเงินเฟ้อที่ชักจูงให้ผู้คนรีบใช้จ่ายหรือเข้าร่วมเก็งกำไรระยะสั้นเพราะกลัวว่าเงินจะด้อยค่าไป
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องการเงินส่วนบุคคล แต่สะท้อนถึงคุณภาพของการเติบโตทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมในสังคมโดยรวมด้วย
หากเรามีหน่วยวัดมูลค่าที่เที่ยงตรง ไม่บิดเบือนไปตามนโยบายการเงินรายวัน เราก็อาจประเมินโครงการต่างๆ ได้ตามศักยภาพที่แท้จริงมากขึ้น เงินเฟ้อและการพิมพ์เงินจำนวนมากมักทำให้เกิดการลงทุนผิดที่ผิดทาง (malinvestment) เพราะสัญญาณราคาถูกบิดเบือน
เช่น ดอกเบี้ยที่ต่ำผิดปกติอาจทำให้เกิดหนี้ล้นเกินหรือลงทุนในโครงการที่ไม่ยั่งยืน
ในขณะที่มาตรฐานเงินที่เข้มงวดอย่าง Bitcoin อาจบังคับให้ทุกการลงทุนต้องมีเหตุผลรองรับที่แข็งแรงขึ้น เนื่องจากไม่สามารถอาศัยการอัดฉีดสภาพคล่องมาช่วยพยุงได้ง่ายๆ
เมื่อมาถึงตรงนี้..
เราอาจไม่ได้ข้อสรุปทันทีว่า **“ต่อไปนี้ฉันควรถือ Bitcoin แทนที่จะลงทุนอย่างอื่น”** และบทความนี้ก็ไม่ได้มีเจตนาจะชี้นำการลงทุนเช่นนั้น
เป้าหมายแท้จริงคือการเปิดมุมมองใหม่ว่า เราประเมินคุณค่าของสิ่งต่างๆ อย่างไร
ลองตั้งคำถามกับตัวเองว่า..
ทุกวันนี้เราวัดความร่ำรวยหรือความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจด้วยหน่วยอะไร หน่วยนั้นวัดได้เที่ยงตรงหรือเปล่า?
หากเงินที่เราใช้วัดเองลดค่าลงทุกปีๆ เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าตัวเลขที่เพิ่มขึ้นบนกระดาษคือความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นจริง?
การใช้ Bitcoin เป็นมาตรฐานเทียบเคียง เป็นเสมือนการลองวัดด้วยไม้บรรทัดอีกอันที่อาจตรงกว่าเดิม
ในหลายกรณีมันเผยให้เห็นภาพที่เราคาดไม่ถึงและท้าทายความเชื่อเดิมๆ ของเรา
บทเรียนที่ได้รับไม่ใช่ให้เราทุกคนเปลี่ยนไปคิดเป็น BTC ในชีวิตประจำวันทันที แต่คือการตระหนักว่า **หน่วยวัดมีความหมาย** และการมองโลกการเงินด้วยหน่วยวัดที่ต่างออกไปสามารถให้ข้อคิดที่ลึกซึ้งได้อย่างไร
ท้ายที่สุด ไม่ว่าจะเชื่อใน **“มาตรฐานบิตคอยน์”** หรือไม่นั้น ไม่สำคัญเท่ากับการที่เราได้ฉุกคิดและตั้งคำถามกับระบบที่เราใช้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
บางทีสิ่งที่ Bitcoin และปรัชญาการเงินแบบใหม่ๆ นำมาให้เรา อาจไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูป แต่คือแรงกระตุ้นให้เราเปิดใจมองภาพใหญ่ของเศรษฐกิจในมุมที่กว้างขึ้น
ลองพิจารณาปัจจัยพื้นฐานอย่างค่าเงิน เวลา และโอกาสที่สูญเสียไปกับการตัดสินใจต่างๆ อย่างรอบด้านขึ้น
เมื่อเราเริ่มมองเห็นว่าการวัดมูลค่าของสิ่งต่างๆ ด้วย **ไม้บรรทัดที่ต่างออกไป** ให้อะไรเราได้บ้าง เราก็จะพร้อมที่จะปรับมุมมองและกลยุทธ์การเงินของตนเองให้เท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลงเสมอ
ไม่แน่ว่าในอนาคต เราอาจได้เห็นผู้คนพูดถึงราคาบ้านหรือดัชนีหุ้นในหน่วยบิตคอยน์อย่างเป็นเรื่องปกติ และการคิดเช่นนั้นอาจไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อีกต่อไป
เพราะเราได้เรียนรู้ที่จะมองผ่านเปลือกของหน่วยเงิน ไปสู่แก่นแท้ของมูลค่าจริงๆ ที่อยู่เบื้องหลังนั่นเอง
ขอบคุณ Thai Ratel สำหรับความกระจ่างในการวัดมูลค่าสินทรัพย์ต่าง ๆ ด้วยบิตคอยน์
-

@ d830ee7b:4e61cd62
2025-02-28 05:07:17
In our daily lives, we often measure the value of things using familiar monetary units such as baht or dollars. We feel delighted when our investments **"increase"** in these units.
However, few people stop to consider how stable the measuring stick itself is. If the ruler we use to measure value keeps shrinking, the objects we measure may appear longer, even though their actual size remains unchanged. This concept reflects the way we assess economic value in constantly changing monetary units, leading us to the principle of opportunity cost in investment: when we choose to hold one type of asset, we are always giving up the opportunity to earn returns from another.
Understanding what serves as our standard measure and the opportunity costs that come with it is the first step toward exploring a new perspective on wealth assessment.
In this context, Bitcoin has been proposed as a new **"standard"** for measuring value, much like gold once served as the global financial standard in the past. Some view Bitcoin as the "digital gold standard" that could support the international financial system in the future.
A key reason Bitcoin is considered **"sound money"** is its rarity—something modern currencies lack. Its supply is permanently capped at 21 million units, meaning no central bank can print more at will. This contrasts with fiat money, such as the dollar or baht, which constantly increases in supply due to government policies.
As a result, Bitcoin is resistant to inflation-induced depreciation and can retain its value over the long term, much like gold in the past. Many therefore consider it **"sound money"**—a form of currency that is stable and reliable in preserving value over time.
This idea opens the door to using Bitcoin as a benchmark for comparing the value of other assets, offering a fresh perspective on the economy.
Imagine a graph that compares the leading stock index, **the S&P 500, in Bitcoin terms instead of dollars.**

This graph would reveal a drastically different picture from the conventional charts we are familiar with. Looking back to 2011, the S&P 500 was around 1,300 points, while Bitcoin was priced at less than $1.
This means the S&P 500 index was valued at approximately 1,300 BTC at the time. However, as Bitcoin's price surged over the years—reaching tens of thousands of dollars per BTC in 2021–2022—the value of the S&P 500, when measured in BTC, shrank dramatically.
Suppose the S&P 500 currently stands at around 4,000 points, while Bitcoin is priced at six figures in dollars. The entire S&P 500 index might be worth less than 0.05 BTC.
The resulting graph would show a consistent downward trend in the S&P 500's value **(when measured in BTC)** over the past decade.
This means Bitcoin has appreciated relative to traditional financial assets like stocks—to the extent that simply holding Bitcoin has outperformed investing in major stock indices.
As surprising as this may seem, the data tells this story: from the perspective of a Bitcoin standard, even the high-performing U.S. stock market appears lackluster.
Data from the past decade reinforces this view. Bitcoin has outperformed nearly every asset class known today. In numerical terms, Bitcoin delivered an average annual return of **approximately 230% from 2011 to 2021**, whereas the S&P 500, which is renowned for its consistent performance, achieved an average annual return of just over 10%.
When compounded over time, this means Bitcoin's value increased by tens of thousands of percent over the past decade, while the S&P 500's value rose by only a few hundred percent.
The magnitude of this difference is significant enough to reshape how we perceive investment success. Observations also indicate that in just **the past five years, the S&P 500 has lost nearly 90% of its value when measured in Bitcoin.**
In other words, for someone using Bitcoin as their benchmark, a 100-baht investment in stocks at the beginning of this period would be worth only about 10 baht today—the remaining 90 baht representing the opportunity cost of not holding Bitcoin.
This perspective challenges our assumptions about the stability of supposedly safe assets when evaluated under a new standard.
This comparison also highlights the issue of fiat currency depreciation—something we are familiar with but often underestimate. The U.S. dollar, the world's primary reserve currency, has **lost over 96% of its purchasing power since 1913**.
This means that what $1 could buy back then now requires nearly $30. This ongoing depreciation implies that prices in fiat terms may rise even when real value does not. For example, the S&P 500 frequently reaches all-time highs in U.S. dollar terms.
However, when adjusted for inflation or money supply expansion, its real value has not increased as much as it seems. Some analyses suggest that since the 2008 financial crisis, although the S&P 500's nominal value has surged, when divided by the expanding money supply (such as M3), its graph remains largely unchanged from pre-crisis levels.
This suggests that stock prices have risen primarily in response to liquidity injections rather than genuine economic growth. Inflation and monetary expansion act like a **"fog,"** obscuring our ability to discern real value from mere numerical increases.
When Bitcoin is used as a comparative unit, it acts as a clear lens that removes this inflationary fog, revealing a completely different picture.
The same applies when comparing commodity prices in BTC. A notable experiment by the St. Louis Federal Reserve once examined the price of **"a dozen eggs"** in both dollars and Bitcoin. While the study aimed to highlight Bitcoin’s volatility, it inadvertently reinforced the point that during periods of high inflation, the price of eggs, which seemed to rise continuously in dollars, actually remained stable or even declined in BTC terms.
This amusing example illustrates the profound impact of measurement standards.
Of course, Bitcoin itself is highly volatile and still in its early stages compared to traditional assets. Its meteoric rise over the past decade does not guarantee that all asset graphs in BTC terms will continue declining indefinitely. However, what has already transpired provides deep financial insights.
**The first takeaway** is the concept of opportunity cost mentioned earlier—every financial decision has an inherent cost, even if we do not always recognize it. Holding cash in a bank carries the opportunity cost of the returns one could earn by investing elsewhere. Investing in asset A means missing out on asset B, and if B delivers higher returns, we incur that loss.
Over the past decade, Bitcoin has outperformed all other assets by a wide margin, making the opportunity cost of not holding Bitcoin extremely high. Investors looking back on this period might regret not having bought Bitcoin earlier, but the key lesson is not about dwelling on past decisions—it is about becoming aware of **opportunity costs** and their long-term impact on wealth.
On a deeper level, this discussion raises questions about whether our current valuation framework is truly appropriate. If using a depreciating fiat currency as a benchmark distorts our perception of value, our economic decisions may be misaligned in the long run.
Imagine a scenario where money retains or even appreciates in value in line with real economic productivity (as Bitcoin was designed to do). In such a system, people would not need to chase high returns merely to preserve their savings from inflation. They could plan finances with a longer-term perspective. Concepts like **"time preference"** and **"discounting the future"** would shift.
It is often argued that sound money encourages saving and long-term investment, whereas inflationary systems push people toward short-term spending or speculation out of fear that their money will lose value.
This is not just a matter of personal finance but a fundamental influence on the quality of economic growth and innovation. **A sound money standard** like **Bitcoin** might enforce stricter investment discipline, as liquidity injections could no longer be used as a safety net for unsustainable projects.
At this point, readers may not conclude that they should immediately hold Bitcoin instead of investing in other assets—and this article is not intended as investment advice. Its real purpose is to provoke thought about how we measure value.
**Ask yourself:** What unit do we use to gauge wealth and economic progress? Is that unit reliable?
If the money we use for measurement loses value every year, how can we be sure that increasing numbers on paper reflect true wealth growth?
Using Bitcoin as a reference standard is like measuring with a new ruler—one that may be more accurate. In many cases, it reveals unexpected insights and challenges long-held beliefs.
Ultimately, whether or not one believes in the **"Bitcoin standard"** is less important than the ability to critically examine the system we rely on daily.
Perhaps the greatest value Bitcoin and new financial philosophies offer is not a definitive answer but the impetus to look at the bigger economic picture with fresh eyes.
Thank you, Thai Ratel, for enlightening me on this topic!
Jakk Goodday.
-

@ 3eba5ef4:751f23ae
2025-02-28 02:00:48
### Standardizing Bitcoin Layer 2 Withdrawals: Output Script Descriptor (BOSD)
Jose Storopoli and Trey Del Bonis from Alpen Labs introduced [Output Script Descriptor (BOSD)](https://bitcoinops.org/en/topics/output-script-descriptors/), a standardized withdrawal output format aimed at improving the on-chain withdrawal process for Bitcoin Layer 2s while eliminating reliance on ad-hoc rules.
One key issue BOSD addresses is the risk L2 operators face when users request non-standard transactions, such as those with oversized OP\_RETURN outputs. By abstracting complex validation logic into a more manageable format, BOSD helps mitigate these risks and serves as a crucial tool for maintaining the integrity and reliability of Bitcoin’s Layer 2 infrastructure.
* [Rust implementation of BOSD](https://crates.io/crates/bitcoin-bosd)
* [Specification](https://github.com/alpenlabs/bitcoin-bosd/blob/main/SPECIFICATION.md)
### Allowing Mobile Wallets to Settle Lightning Channels Without Extra UTXOs
Bastien Teinturier [introduced](https://delvingbitcoin.org/t/zero-fee-commitments-for-mobile-wallets/1453) an opt-in variant of Lightning Network’s [V3 commitments](https://bitcoinops.org/en/topics/v3-commitments/), enabling mobile wallets to settle channels using funds within the channel even in cases of theft attempts. This removes the need for users to maintain an on-chain UTXO to cover closing fees.
### Custodial Solutions Are Not Solutions
Matt Corallo, one of Bitcoin’s most prolific developers, has been vocal about the challenges of non-custodial Bitcoin payment solutions, particularly in the Lightning Network. His article, [*Custodial Solutions Are Not Solutions*](https://spiralbtc.substack.com/p/custodial-solutions-are-not-solutions), critiques the Bitcoin community’s fixation on new custodial models.
He argues that too many engineering resources have gone into custodial solutions like Blockstream’s Liquid (a multisig-controlled private blockchain), ecash (blind-signed custodial systems), Spark (Lightspark’s Statechains extension requiring near-total operator trust), and modern Ark variants (which rely heavily on trusted Statechain operators for scalability). While many of these systems offer excellent UX and privacy, they compromise Bitcoin’s core censorship resistance.
For now, Corallo believes Lightning remains the only non-custodial solution capable of supporting most Bitcoin users.
### Three Approaches to Solo Mining
There is significant debate over what qualifies as *solo mining*. Some define it as a miner earning block rewards alone, while others focus on miners generating their own block templates.
To clarify this, the open-source mining advocacy group [256 Foundation](https://256foundation.org/) explored the topic in their recent report, [*Swim at Your Own Risk*](https://256foundation.org/newsletters/256Foundation-Newsletter-2502_v1.pdf), outlining three types of solo mining:
* **Self-Hosted Solo Mining:** The miner runs their own Bitcoin node and Stratum server, generates block templates, broadcasts blocks, and keeps all rewards. This is the most "pure" form of solo mining.
* **OCEAN Mining**: The miner runs their own Bitcoin node and DATUM gateway, generates block templates, but relies on a pool to broadcast blocks. Miners can choose whether to share rewards with others, and the pool charges a 1% fee.
* **Joining a Solo Mining Pool**
* The miner operates mining hardware, while the pool provides block templates and broadcasts blocks. Pools supporting this include CK Pool, Braiins Solo Pool (2% fee), and Public Pool (no fees).
* While this method involves pools, individual miners still receive direct rewards, making it a hybrid form of solo mining.
### Lightning Network Growth Report
Lightning Network service provider Voltage Cloud released a report titled *The Lightning Network: Expanding Bitcoin Use Cases*, highlighting key trends:
* More businesses are integrating Lightning, a trend expected to continue through 2025.
* Older, inefficient channels deployed between 2018 and 2020 are closing in favor of larger, more efficient ones.
* The average total capacity of public Lightning channels is increasing, improving the success rate for larger payments.
* If nodes are well-optimized, transaction fees can be near zero, with settlement times under half a second.
* The Lightning Network is evolving toward fewer but better-connected nodes rather than many weakly connected ones.
* Lightning is proving itself as one of the most efficient transaction methods in the digital asset ecosystem.
* Lightning can be seen as a *yield-bearing network*, allowing users to earn without sacrificing Bitcoin custody.
[Download](https://www.voltage.cloud/expanding-bitcoin-use-cases) the full report.
### Mempool Block Art Created Through Anomalous Transactions
According to [256 Foundation’s monthly report](https://256foundation.org/newsletters/256Foundation-Newsletter-2502_v1.pdf), researcher *boerst* [discovered](https://x.com/boerst/status/1882390953496809484) anomalies involving empty block templates from mining pools like Binance, SECpool, Sigmapool, and EMCD. Earlier, SEC Pool mined [empty block 880496](https://mempool.space/block/00000000000000000000e3f7c2b91609da1394fd9a725fedb8123419188b34ec), which later returned to a normal transaction-included state.
These anomalies were linked to SEC Pool engineers configuring block templates to create block art. As a result, [block 880512](https://mempool.space/block/00000000000000000001c3fbc76a7efe7a320a8236ea6250bc15e4f7a67e727d) was shaped into a Satoshi pattern.
Additionally, some of the first transactions contained OP\_RETURN messages with the text:
*Declaration of Genesis: Awakening on the Bitcoin Network. Bitcoin’s promise of freedom will become an untamperable habitat for AI.*

### Podcast | SNI: Fractional Reserve Banking is Obsolete
The latest episode of *The Reorg*, a podcast by the Satoshi Nakamoto Institute, discusses Pierre Rochard’s article *Fractional Reserve Banking is Obsolete*.
The article argues that the fractional reserve banking system leads to capital misallocation and price distortions, inevitably causing economic crises. Bitcoin, on the other hand, provides a safer, more transparent, and more efficient way to store and transfer funds, rendering traditional banking obsolete. Moreover, the increasing adoption of Bitcoin serves as a validation of Austrian economic theory: a 100% reserve banking system can prevent financial crises and economic downturns. A healthy economy expands based on capital goods rather than monetary or credit inflation.
[Listen here](https://nakamotoinstitute.org/podcasts/the-reorg/fractional-reserve-banking-is-obsolete/)
### Central Banks Postpone CBDC Plans
A survey conducted by the Official Monetary and Financial Institutions Forum (OMFIF) on 34 central banks, titled [*Why central banks should take the next step on CBDCs*](https://www.omfif.org/2025/02/why-central-banks-should-take-the-next-step-on-cbdcs/), reveals that 31% of central banks have delayed their retail central bank digital currency (CBDC) plans. The percentage of central banks inclined to issue a CBDC has dropped from 38% in 2022 to 18%. While this slowdown is a welcome shift, the survey [concludes](https://cointelegraph.com/news/central-banks-pushing-back-cbdc-plans-survey) that most central banks are still likely to issue a CBDC in the future.
### Governments Worldwide Seek to Break Encryption for Data Access
Will Jager [reveals](https://www.therage.co/encryption-is-under-siege/) the global trend of governments attempting to bypass encryption protections to access private data. He highlights the growing risks associated with government access to encrypted data, citing examples such as the UK government’s [order to Apple](https://www.bbc.com/news/articles/c20g288yldko) to create a backdoor for encrypted iCloud data, the EU’s [Chat Control proposal](https://www.techradar.com/computing/cyber-security/chat-control-all-you-need-to-know-about-the-eu-plan-to-scan-all-your-whatsapp-chats), and the U.S. [EARN IT Act](https://www.congress.gov/bill/118th-congress/senate-bill/1207), which expands government surveillance over encrypted communications.
-

@ bf47c19e:c3d2573b
2025-02-28 00:06:22
Originalni tekst na [medium.com](https://medium.datadriveninvestor.com/do-not-buy-bitcoin-75da73226530).
###### Autor: [Aleksandar Svetski](https://primal.net/svetski) / Prevod: [₿itcoin Serbia](https://x.com/BTCSRB)
---
Nemojte kupovati Bitkoin!
Ni danas, ni kasnije, nikada!
Posvećeno skepticima, neznalicama, arogantnima i nezainteresovanima.
##### NE TREBA vam Bitkoin.
##### Molim vas. Nemojte ga kupovati.
##### Lično me ne zanima "masovna adopcija".
##### Draža mi je selektivna adopcija.
##### Svinja ne zaslužuje bisere.
##### Na vama je da platite cenu neznanja.
##### Kao i cenu glupavosti.
##### Kada dođe vreme, sa zadovoljstvom ću vam platiti hiljadu satošija mesečno za vaše vreme i smejati se usput.

#### Najbitnija odluka koju ćete ikada doneti
NEMA važnije odluke za vašu finansijsku, ekonomsku i suverenu budućnost koju danas možete doneti nego da kupite Bitkoin.
A ako ne želite da izdvojite malo vremena da ga dalje proučite, JEDINA osoba koju treba da krivite kasnije ste vi sami.
Danas, Bitkoin se nalazi u svojoj ranoj, početnoj fazi. O ovome možete više pročitati ovde (hvala [ObiWan Kenobit](https://obiwankenobit.medium.com/)):
[Hiperbitkoinizacija: pobednik uzima sve](https://medium.com/coinmonks/hyperbitcoinization-winner-takes-all-69ab59f9695f)
Ovo JE prilika ne samo vašeg života, već verovatno i najveći mogući transfer bogatstva u istoriji, a najluđa stvar je što će se najveći deo toga odigrati u narednih nekoliko decenija.
Nalazimo se tek u prvih 12 godina ove promene, a već smo videlo kako je Bitkoin eksplodirao sa $0.008c (kada su za 10.000 BTC kupljene dve pice) na trenutnu cenu od oko $11.500.
**Ovo je tek početak.** Tek 0.001% svetskog bogatstva je denominirano u Bitkoinu.
Ako sada izdvojite samo trenutak da razumete novac, njegovu ulogu u društvu i kako će ekonomski darvinizam voditi ceo svet prema najrobusnijem, najčvršćem i najsigurnijem obliku očuvanja bogatstva, možete odlučiti da kupite neki deo pre nego što se ostatak sveta priključi.
Čitajući ovo, vi ste poput drevnog pojedinca koji je pronašao zlato, dok svi ostali koriste školjke. Razlika je u tome što živite u digitalnom dobu tokom kojeg će se ovaj novac pojaviti i sazreti *za vreme vašeg života*. Taj drevni pojedinac bi bio u pravu ali mrtav zato što je zlatu bilo potrebno nekoliko hiljada godina da uradi ono za šta će Bitkoinu biti potrebne decenije.
**Zamislite. Se. Nad. Tim.**
I naučite dalje o nastanku Bitkoina ovde:
[Zašto je Bitkoin važan](https://medium.com/hackernoon/why-bitcoin-matters-c8bf733b9fad)
I za ime ljubavi prema sopstvenoj budućnosti, preuzmite ovu kratku elektronsku knjigu i jebeno se edukujte!!
[Preuzmite "Investiranje u Bitkoin"](https://info.amber.app/investing-in-bitcoin)
I eto, dajem vam izvore.. jbt..
Svejedno...
Danas, imate izbor da kupite Bitkoin; najoskudniji novac u univerzumu, za siću!! Bukvalno možete kupiti hiljade satošija (najmanju jedinicu Bitkoina gde je 100.000.000 satošija = 1 BTC) za $1!!!
Danas ne postoji veća prilika, kao što sutradan neće postojati veće žaljenje kada više ne budete imali "izbor" da ga kupite.
Kada taj dan bude došao i kada budete to *morali* da prihvatite, setićete se ovih reči, ali avaj, biće prekasno, a vreme ne možete vratiti.

#### Više nije 2012
Tada ste imali izgovor. Sada je 2020...
Apsolutno NEMA razloga zašto neko sa malo radoznalosti i relativno funkcionalnim mozgom ne može da prouči šta je Bitkoin, zašto postoji, zašto je važan i zašto bi trebalo da u njega prebaci malo ličnog bogatstva.
*Naročito* ako ima prijatelja poput mene ili mnoštvo Bitkoinera negde tamo.
Ja više neću smarati ljude sa porukama "*zašto treba kupiti Bitkoin*".
Više nije 2012. godina.
Danas imamo toliko puno informacija od toliko mnogo dobrih ljudi na svim mogućim medijima, tako da NEMATE IZGOVORA da ga ignorišete ili kažete: "ali niko mi nije rekao".
Ukoliko nemate da izdvojite bar malo vremena od vašeg Netflix rasporeda da biste istražili šta je ova stvar i zašto je bitna za vašu ličnu ekonomsku budućnost, onda zaslužujete to što imate.
Deluje okrutno ali dobrodošao u život, mladi žutokljunče.
Sada... Ako ste izdvojili malo vremena ali ste i dalje nezainteresovani ili dovoljno glupi da ga odbacite, onda zaista zaslužujete to što dolazi i ostatak ovog članka je definitivno za vas.
#### Ne želim da uopšte kupite Bitkoin!
Ok Aleks, ali šta ćemo sa "masovnom adopcijom"???
Pažljivo me slušajte:
##### Zabole me kurac da li će masovna adopcija doći za 10, 20, 50 ili 100 godina!
Ja sam skroz za selektivnu adopciju i potpuno za dugačku igru. Tako da sam spreman da čekam.
Kao u SVIM prirodnim, evolutivno funkcionalnim sistemima, oni koji seju i pomažu u izgradnji temelja bi trebalo da budu i nesrazmerno nagrađeni.
Ovo je 100% fer i predivno **nejednako** (*neki od vas koji me znate ste upoznati sa mojim stavom o nejednakosti kao najprezrenijem od svih ljudskih ideala. Radi se o odvratnom idealu koji nagrađuje najgore među nama*).

**Tako da za skeptike i "neverne Tome" imam jednostavnu poruku:**
Nadam se da nećete uopšte kupiti Bitkoin. *Ni danas ni bilo kada.* Nadam se da će jedini put kada budete stupili u dodir sa Bitkoinom to biti jedini način da za nešto budete isplaćeni; npr. kada budete morali da ga zaradite.
Jedva čekam dan kada će mojih nekoliko hiljada satošija moći da kupi tri, četiri ili pet meseci vašeg vremena.
A u međuvremenu...
**Molim vas**, držite se vašeg fiat novca.
**Molim vas**, držite se vaših šitkoina.
Ne želim nikoga od vas "blokčejnera", šitkoinera, fiat nokoinera i vas svih ostalih klovnova koji mislite da znate bolje.
Ovaj rolerkoster je specijalan, tako da zašto bih želeo da ga delim sa vama glupanderima? Zašto bih bacao bisere pred svinje?
Ja verujem u *principe isključivosti.*
Ovo nije "kumbaya" ili "svi smo jedno". Jebite se.
Sa razlogom smo drugačiji.
Napraviću sam svoj krevet i ležati u njemu. Vi napravite svoje.
Kada bude došlo vreme, ja ću vam za vaše vreme plaćati satošijima zato što onda nećete imati izbora.
Tada ja pobeđujem, a vi gubite.
#### Kako sejete, tako žanjete
Razlika između mene i vas je ta što ja **kupujem** Bitkoin sada zato što tako **želim**. Vi ćete morati da **radite** za Bitkoin sutra zato što tako **morate**.
To je cena neznanja. *To* je cena arogancije.
To je cena gluposti koju ćete platiti i, koliko god ovo zvuči okrutno, istina je da *zaslužujete svaki delić toga.*
Svi ležimo u krevetu koji sami pravimo, a vi svoj krevet pravite sada.
Neće vam samouvereni Bitkoiner reći: "lepo sam vam rekao". Nova ekonomska realnost će vam to reći umesto njega.
"Lepo sam vam rekao" će vas udariti poput tone cigle kada shvatite razliku između vas i onih koji su bili razboriti, koji su marljivo štedeli, koji su uložili vreme i trud da otkriju šta je zapravo Bitkoin dok su ih svi nazivali ludacima.
Neće biti sažaljenja.
#### Nema više bacanja bisera pred svinje
Oni koji imaju priliku da kupe nešto Bitkoina sada, a odluče da to ne urade zahvaljujući neznanju, aroganciji ili gluposti, *zaslužuju da plate sa kamatom.*
Zaslužuju da trguju svoje sutrašnje dragoceno vreme i energiju za ono što su mogli da nabave danas i to bukvalno "za kikiriki".
Ovde nema greške: nismo jednaki. Mi smo veoma, veoma različiti ljudi.
Ja sam uložio vreme, trud i energiju **sada**, ne samo zbog sebe samog, već i da bih posadio seme i pomogao mreži.
Uradio sam svoj deo.
Vi ćete doći kasnije i pomoći mi da žanjem nagrade svog truda. Postojaćete da biste mi pomogli da uživam u plodovima.
To će biti vaša uloga.
Izabrao sam da rizikujem i steknem deo onoga zbog čega su me svi nazivali ludim zato što sam učio, verovao i shvatio **danas**, sa nadom da se izgradi bolja, poštenija i pravičnija budućnost za sve.
Radeći to, neki od nas će postati džinovi i nesrazmerno bogati. I vi imate tu šansu ali je mnogi od vas neće iskoristiti.
###### *I ja sam skroz ok sa tim. Više neću bacati bisere pred svinje.*
---
Ovaj članak može zvučati neprijatno ali više me zabole kurac. Sada je na vama da sami istražujete.
Ovo se događa bez obzira sviđalo vam se to ili ne. Ja i hiljade drugih Bitkoinera smo pisali eseje i eseje o ovome.
Neka imena sa kvalitetnim materijalom kojih se mogu setiti iz glave su:
* Naravno ja
* [Gigi](https://dergigi.com/)
* [Robert Breedlove](https://breedlove22.medium.com/)
* [Saifedean Ammous](https://saifedean.com/)
Ako ste radoznali možete ih pratiti. A ovo je sjajno mesto gde možete preuzeti nekoliko odličnih radova:
[The Bitcoin Times](https://bitcointimes.io/)
I za kraj, ako si Bitkoiner koji ovo čita, nikada nećeš znati da li sam zloban ili samo igram 4D šah.
Iskreno, nije ni bitno.
Ovo se dešava. Bitkoin osvaja svet. Ekonomski darvinizam je činjenica.
Sakupljajte vaše satošije, ponudite maslinovu grančicu, obratite pažnju na njihovu radoznalost ili iskru u njihovom oku kao znak da nastavite. Ukoliko toga nema ili naiđete na odbijanje, ostavite ih da se igraju kao svinje u govnima sa njihovim fiatom, deonicama ili šitkoinima.
Biće nam potrebni čistači za naše citadele.